สุนัข-แมวกัดหรือข่วน เสี่ยงโรค "พิษสุนัขบ้า"
สุนัข-แมวกัดหรือข่วน เสี่ยงโรค "พิษสุนัขบ้า"

ระวังถูกสุนัข-แมว กัดหรือข่วน อาจเสี่ยงป่วยโรคพิษสุนัขบ้า แนะเจ้าของต้องดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเองให้ดี นำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นทุกปี และไม่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงออกนอกบ้าน
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลว่า โดยปกติสุนัขบางสายพันธุ์อาจมีนิสัยดุเพราะมีนิสัยที่หวงเจ้าของ หวงของหรืออาณาเขต จึงขอความร่วมมือจากเจ้าของต้องดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเองอย่างใกล้ชิด ควรผูกไว้หรือขังในกรงให้ดี ไม่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงหลุดออกนอกบ้าน เพราะอาจไปกัดคนในละแวกใกล้เคียงได้ นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนช่วยกันลดจำนวนสุนัขที่ไม่มีเจ้าของหรือสุนัขที่ไม่มีผู้รับผิดชอบ โดยการทำหมันถาวร และหากถูกสัตว์ที่สงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัดหรือข่วน แม้มีแผลเพียงเล็กน้อย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
โรคพิษสุนัขบ้า คืออะไร?
โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ซึ่งเชื้อเข้าทางบาดแผล ผ่านทางกัด ข่วน เลีย หรือสัมผัสกับน้ำลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทุกชนิดที่ติดเชื้อ เช่น สุนัข แมว หนู ลิง ค้างคาว สัตว์ที่พบบ่อยที่สุด คือ สุนัข รองลงมาคือ แมวและโค โรคนี้สามารถพบได้ตลอดทั้งปี จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังตนเองและบุตรหลานไม่ให้ถูกสัตว์กัดข่วน
เลี้ยงสัตว์อย่างไร ให้ปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า
สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงควรปฏิบัติ ดังนี้
- ต้องนำสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมวไปฉีดวัคซีน ครั้งแรกเมื่อมีอายุ 2-4 เดือน แล้วฉีดซ้ำตามกำหนดทุกปี
- ไม่ปล่อยสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้านโดยไม่ใส่สายจูง
- พาสุนัขหรือแมวที่ตนเลี้ยงไปทำหมันเมื่อไม่ต้องการให้มีลูก รวมถึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยทำหมันสุนัข/แมวที่ไม่มีเจ้าของ
- ลดความเสี่ยงถูกสุนัขกัดหรือทำร้าย ด้วยการยึดหลักคาถา 5 ย. คือ
1) อย่าแหย่ ให้สุนัขโมโห โกรธ
2) อย่าเหยียบหาง หัว ตัว ขา หรือทำให้สุนัขหรือสัตว์ต่างๆ ตกใจ
3) อย่าแยก สุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า
4) อย่าหยิบ ชามข้าวหรือย้ายอาหารขณะที่สุนัขกำลังกินอาหาร
5) อย่ายุ่ง หรือเข้าใกล้กับสุนัขหรือสัตว์ต่างๆ นอกบ้านที่ไม่มีเจ้าของหรือไม่ทราบประวัติ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น