ติวเตอร์สาวตกงาน ขังตัวเองในบ้านอยู่กับแมว 30 กว่าตัว ไม่พอใจมูลนิธิมาช่วย

ติวเตอร์สาวตกงาน ขังตัวเองในบ้านอยู่กับแมว 30 กว่าตัว ไม่พอใจมูลนิธิมาช่วย

ติวเตอร์สาวตกงาน ขังตัวเองในบ้านอยู่กับแมว 30 กว่าตัว ไม่พอใจมูลนิธิมาช่วย


แม่ร้องมูลนิธิปวีณาช่วย ลูกสาวตกงานเพราะโควิด-19 กลับมาขังตัวเองในบ้านอยู่กับแมว 30 กว่าตัว กลิ่นเหม็นตลบ แมวก็จะอดตาย

ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.2 ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช นางปวีณา หงสกุล พร้อมกับเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิปวีณา หงสกุล ได้เดินทางลงพื้นที่ หลังจากได้รับการร้องเรียนจาก นางพิม (นามสมมุติ) ว่าบุตรสาวคือ น.ส.พร (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ซึ่งได้ตกงานจากพิษโควิด-19 และได้กลับมาอยู่บ้านที่ชะอวดพร้อมกับนำแมว 30 ตัว ลงมาอยู่ด้วย โดยบุตรสาวนั้นเป็นเด็กเรียนเก่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังทำงานเป็นติวเตอร์และขายดอกไม้ออนไลน์ อยู่กรุงเทพกว่า 10 ปี แล้ว แต่เมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจากสถานการณ์โรคโควิด-19 บุตรสาวไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้จึงเดินทางกลับมาอยู่บ้าน

โดยลูกสาวได้จ้างรถขนแมวพันธุ์เปอร์เซียกว่า 30 ตัว ลงมาด้วย โดยทิ้งทรัพย์สินอื่นๆ ไว้ที่กทม. เพราะไม่สามารถขนลงมาได้หมดเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขนส่งแพง แต่แมวที่เป็นสัวต์เลี้ยงที่บุตรสาวตนรักได้มีการจ้างรถขนลงมา เมื่อมาอยู่บ้านซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆ ก็นำแมวทั้ง 30 กว่าตัว เลี้ยงไว้ในบ้านและปิดหน้าต่างปิดประตูหมด ในขณะที่ด้านนอกก็มีสุนัขพันธุ์เล็กประมาณ 6 ตัว ตนต้องออกมานอนแคร่ด้านนอกเพราะไม่สามารถนอนในบ้านได้เนื่องจากความเหม็นของแมวที่อุจจาระและปัสสาวะอยู่ในบ้านไม่มีอากาศถ่ายเท และที่สำคัญแมวกำลังจะอดตายเพราะบุตรสาวก็ไม่มีรายได้ซื้ออาหารมาให้กิน ตนเองไม่สามารถเข้าบ้านได้ และมีปัญหากับบุตรสาวมาโดยตลอด

นางพิม กล่าวอีกว่าตนเป็นห่วงบุตรสาวที่ชอบเก็บตัวอยู่ในบ้านกับแมวที่มีกลิ่นเหม็นเน่าจากอุจจาระและปัสสาวะ เกรงลูกจะเครียดและคิดสั้นจากปัญหาการตกงานและการตั้งความหวังในชีวิตแต่ไม่สมหวัง จึงได้ประสานมูลนิธิปวีณาฯ ให้มาช่วยพาบุตรสาวตนไปรักษาและและช่วยเหลือแมวทั้ง 30 กว่าตัวด้วย



ผู้สื่อข่าวระบุว่าเมื่อคณะของมูลนิธิปวีณาฯ มาถึงได้มีการเข้าไปเจรจากับ น.ส.พร แต่ปรากฏว่า น.ส.พรไม่ยินยอมให้เอาแมวไป และไม่พอใจที่มูลนิธิและคณะเดินทางมาพร้อมกับระบุว่ายังสามารถดูแลแมวได้และที่สำคัญตนรักแมวทั้งหมดมาก คิดจะทำคอกและล้างในบ้านแต่ยังไม่ว่างที่จะทำโดย น.ส.พร แสดงความไม่พอใจนางพิมผู้เป็นแม่ที่ประสานมูลนิธิไป โดยได้มีการเจรจาเกลี้ยกล่อมกันพักใหญ่ ทาง น.ส.พร จึงยินยอมให้ทางสัตวแพทย์เข้ามาดูแลในการทำวัคซีนและทำหมันแมวโดย น.ส.พร ระบุว่าหากสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้นก็จะขนแมวหมดกลับไปเลี้ยงที่กรุงเทพ

ด้าน นางปวีณา หงสกุลประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า เคสนี้ถือว่าน่าเป็นหว่งมากเป็นปัญหาเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คนตกงานและมีความเครียดโดยไม่รู้ตัว หรือกลายเป็นผู้ป่วยซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว ตนได้ประสานทั้งทางอำเภอและปศุสัตว์จังหวัด ผู้ใหญ่บ้านที่สนิทกับเด็กให้เข้ามาช่วยเจรจา โดยต้องช่วยแมวก่อนให้เค้าวางใจว่าเราต้องการช่วยจริงๆ และขั้นตอนต่อไปก็ค่อยนำตัวเค้าไปรักษา ซึ่งตอนนี้ก็มีปศุสัตว์พัฒนาสังคมเข้ามาช่วยดูแลซึ่งก็คงต้องช่วยกันต่อไป เพราะปัญหาลักษณะนี้มีมากในปัจจุบัน










สนับสนุนข่าวโดย




📲 𝐋𝐈𝐍𝐄 𝐈𝐃 : @VR898 (อย่าลืมใส่@ด้วย)

✔️ยุสเดียวจบ มีครบวงจร

Uoล⚽️-หวe💰-มวe-🥊-เกม🎰-คๅสิโuสด

✔️ Uอลน้ำดีที่สุด

✔️ฝาก-ถอน ได้ตลอด 24 ชม. ได้เงินชัวร์

👍สมัคร 300 ฟรี 100









































ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ฮือฮาโลกโซเชียล! "กิ๊ก ศิษย์อิฐ" แม่นคิวสาวสุดน่ารักขวัญใจหนุ่มๆ (ภาพ)

ไม่อยากหน้าบวมตอนเช้า ต้องเลี่ยงให้ไกล! 5 อาหารที่ไม่ควรกินก่อนนอน

สาว อสม. สุดเฮงถูกรางวัลที่ 1 เผยเหลือใบสุดท้ายบนแผง เชื่อบารมีพ่อแม่ที่ล่วงลับ